Top
 

คุ้มครองและดูแลผลประโยชน์


งานคุ้มครองแรงงาน

ข้อมูลทั่วไปและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องสำหรับแรงงานที่เข้าไปทำงานในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

1.   การเข้ามาทำงานในยูเออีอย่างถูกต้อง ต้องได้วีซ่าทำงาน (Employment Visa) และเมื่อเดินทางมาถึงแล้ว จะต้องเซ็นสัญญาที่กระทรวงแรงงานของยูเออี แล้วต้องติดตามให้นายจ้างทำบัตรประจำตัวคนงาน (Work Permit ) หรือเรียกกันทั่วไปว่า Labour Card ให้ถูกต้องด้วย  การมาทำงานโดยใช้ Tourist Visa และ Visit Visa  นั้น  เป็นการผิดกฎหมายยูเออี
2.   ห้ามประท้วงหยุดงานไม่ว่าในกรณีใดๆ ทั้งสิ้น  การประท้วงหรือการนัดหยุดงาน ถือว่าผิดกฎหมายแรงงานยูเออี และจะได้รับโทษตามกฎหมายบ้านเมือง
3.  ห้ามดื่มสุราในที่สาธารณะหรือแสดงอาการเมามาย  มิฉะนั้นจะถูกตำรวจจับ และถูกจำคุกรวมทั้งเสียค่าปรับ 1,000 ดีแรห์ม
4.  ห้ามหยุดงานหรือขาดงานโดยมิได้รับอนุญาตจากนายจ้าง
5.   หากลาป่วยต้องมีใบรับรองแพทย์มาแสดงเสมอ
6.  การขอลาออกจากงานก่อนหมดสัญญา   กรณีอยู่ระหว่างทดลองงาน  ถ้านายจ้างส่งกลับ นายจ้างจะจ่ายค่าตั๋วเดินทางให้
แต่หากลูกจ้างขอลาออก  ต้องจ่ายค่าตั๋วกลับเอง  หากเป็นกรณีพ้นระยะทดลองงานแล้ว   ลูกจ้างต้องรับผิดชอบค่าเดินทาง
กลับประเทศเองและยังอาจจะต้องจ่ายค่าเสียหายให้นายจ้างด้วย หากนายจ้างเรียกร้อง

สัญญาจ้างและบัตรประจำตัวคนงาน

1. เมื่อลูกจ้างเดินทางเข้ามาแล้ว จะต้องมีการเซ็นสัญญาจ้างงานที่กระทรวงแรงงานยูเออี ให้ลูกจ้างตรวจสอบอัตราเงินเดือนสัญญาให้ถูกต้องก่อนว่าเป็นอัตราเดียวกับที่ได้เซ็นสัญญาไว้ที่กรุงเทพฯ หรือไม่  แล้วจึงค่อยลงชื่อในสัญญานั้น
สัญญาจ้างจะทำไว้ 3 ชุด ชุดหนึ่งนายจ้างถือไว้ ชุดหนึ่งลูกจ้างถือไว้ อีกชุดหนึ่งเก็บไว้ที่กระทรวงแรงงาน หากนายจ้างไม่ให้สำเนาสัญญาจ้าง ลูกจ้างจะต้องทวงถามและเก็บไว้ที่ตัว 1 ชุด ตลอดระยะเวลาการทำงาน
2. เมื่อเดินทางเข้ามาแล้ว นายจ้างต้องทำบัตรประจำตัวคนงาน (Work Permit) หรือ Labour Card ให้ภายใน 60 วัน หากนายจ้างไม่ดำเนินการให้ ลูกจ้างจะต้องแจ้งให้กระทรวงแรงงานยูเออีทราบ เนื่องจากการทำงานโดยไม่มีบัตรประจำตัวคนงานจะผิดกฎหมาย
3. บัตรประจำตัวคนงานจะต้องถือติดตัวตลอดเวลา
4. บัตรประจำตัวคนงานมีอายุ 3 ปี และจะต้องต่อภายใน 60 วันนับตั้งแต่วันหมดอายุ

ชั่วโมงทำงานและวันหยุด

1. ชั่วโมงทำงานตามกฎหมายแรงงานคือ 8 ชั่วโมงต่อวัน หรือ 48 ชั่วโมง ต่อสัปดาห์ ยกเว้นในภาคบริการ เช่น โรงแรม
ร้านอาหาร หรือยาม จะเป็น 9 ชั่วโมงต่อวัน
2. หากทำงานเกินเวลาที่กำหนด จะได้เงินค่าล่วงเวลา (Over Time) 25 เปอร์เซ็นต์ ของเงินเดือน และหากทำงานล่วงเวลา
ระหว่างเวลา 3 ทุ่มถึงตี 4 จะได้เงินค่าล่วงเวลา 50 เปอร์เซ็นต์ ของเงิน เดือนเฉลี่ยต่อวัน
3. วันศุกร์เป็นวันหยุดประจำสัปดาห์ หากนายจ้างให้ลูกจ้างทำงานในวันศุกร์ จะต้องชดเชยวันหยุดให้ 1 วัน และนายจ้าง
จ่ายเงินตามชั่วโมงทำงานปกติให้และบวกค่าล่วงเวลาให้อีก 50 เปอร์เซ็นต์ ของเงินเดือน
4. ใน 1 ปีจะมีวันหยุดตามวันหยุดของทางการท้องถิ่น 10 วัน . เมื่อทำงานครบ 1 ปี และไม่ลาออกจากงาน ลูกจ้างมีสิทธิลา 
หยุดประจำปีได้ 30 วัน  แต่ถ้าลูกจ้างไม่ลาหยุดประจำปีตามสิทธิ ก็จะได้รับเงินโบนัสเพิ่มอีก 1 เดือน
5. ช่วงทดลองงาน หากลาป่วยจะไม่ได้เงินเดือน/ค่าจ้างในวันที่ลา แต่เมื่อพ้นช่วงทดลองงานแล้ว หากหยุดงานเนื่องจากเจ็บ 
ป่วยและมีใบรับรองแพทย์ จะไม่ถูกหักเงินเดือน  และหากทำงานติดต่อกันมาแล้ว 3 เดือน จะได้สิทธิลาป่วยไม่เกิน 90 วัน  
(หมายถึงกรณีที่รักษาในโรงพยาบาลหรืออยู่ในระยะพักฟื้น) โดย 15 วันแรกได้รับเงินเดือน/ค่าจ้างเต็ม อีก 30 วัน ต่อมาได้รับเงินเดือนครึ่งหนึ่ง  และอีก 45 วันที่เหลือ จะไม่ได้รับเงินเดือน

การจ่ายค่าชดเชยกรณีเจ็บป่วย และอุบัติเหตุจากการทำงาน

1. นายจ้างเป็นฝ่ายรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล และจ่ายเงินเดือน ในกรณีที่ลูกจ้างเจ็บป่วย หรือได้รับบาดเจ็บจากการทำงาน จนกว่าจะสามารถกลับมาทำงานได้ตามปกติ
2. ในกรณีลูกจ้างเสียชีวิตขณะอยู่ในเวลาทำงาน ครอบครัวของลูกจ้างจะได้รับเงินชดเชย 24 เดือน      

การหมดสัญญาจ้าง การเลิกสัญญาจ้างและเงินสิทธิประโยชน์

1. หากลูกจ้างต้องการลาออกจากงาน จะต้องแจ้งนายจ้างทราบเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน
2. หากนายจ้างบอกเลิกสัญญาก่อนสัญญาหมดอายุ นายจ้างจะต้องจ่ายเงินชดเชยให้ลูกจ้างแต่ไม่เกินเงินเดือน 3 เดือน
3. หากลูกจ้างขอลาออกก่อนหมดสัญญา ลูกจ้างต้องจ่ายค่าตั๋วเครื่องบินกลับเองและจ่ายค่าเสียหายให้นายจ้างเท่ากับเงินเดือน
1 เดือนครึ่ง (45 วัน) หากลูกจ้างไม่มีเงินจ่ายค่าชดเชยนี้    จะต้องทำงานให้นายจ้างโดยไม่ได้รับเงินเดือนเป็นเวลา 45 วัน
4. หากสัญญาไม่ระบุระยะเวลา นายจ้างและลูกจ้างจะบอกเลิกสัญญาเมื่อใดก็ได้แต่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า 1 เดือน หากไม่แจ้งล่วงหน้า ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะต้องจ่ายค่าชดเชยเป็นเงินเดือน 1 เดือน
5. หากลูกจ้างทำผิดกฎหมายแรงงาน หรือทำให้นายจ้างได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง นายจ้างสามารถให้ลูกจ้างออกจากงานได้ทุกเวลาโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า
6. หากลูกจ้างทำงานครบกำหนดเวลาตามสัญญา และไม่ต้องการต่อสัญญา นายจ้างจะต้องรับผิดชอบค่าตั๋วเครื่องบินกลับ
ประเทศไทยให้ลูกจ้าง และนายจ้างต้องจ่ายเงินโบนัส ที่เรียกว่าเงินรางวัลสิ้นสุดการทำงาน จำนวน 21 วันของเงินเดือนให้



คำแนะนำสำหรับแรงงานไทย


คำแนะนำสำหรับแรงงานไทย
กรณีตกทุกข์ในการทำงาน หรือ ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากนายจ้าง
และต้องการยื่นเรื่องร้องเรียนต่อกระทรวงแรงงานรัฐดูไบ หรือ รัฐทางตอนเหนือ

เมื่อแรงงานประสบปัญหาในการทำงาน หรือ ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากนายจ้าง ในกรณีต่าง ๆ อาทิ

  • ไม่ได้รับเงินเดือนตามสัญญาจ้าง
  • ไม่ได้รับเงินค่าล่วงเวลา
  • นายจ้างไม่จ่ายเงินเดือนตามกำหนดเวลาที่ตกลงกันไว้
  • กรณีอื่น  เช่น ต้องการลาออกจากงานก่อนครบกำหนดสัญญาจ้าง

ท่าน สามารถดำเนินการยื่นเรื่องร้องเรียน ต่อกระทรวงแรงงานของรัฐดูไบและรัฐทางตอนเหนือ ได้ด้วยตนเอง โดย ดำเนินการดังนี้

1.  ติดต่อที่กระทรวงแรงงาน (Ministry Of Labour) ของแต่ละรัฐที่ท่านทำงานอยู่ และนำเอกสารติดตัวไปด้วย ได้แก่

    -  สำเนาบัตรประจำตัว (Labour Card)
    -  สำเนาหนังสือเดินทาง (Passport)
สิ่งสำคัญ  ท่านต้องจำชื่อบริษัทฯ และ ที่อยู่ ให้แม่นยำ รวมทั้งหมายเลขโทรศัพท์ของนายจ้างหรือผู้จัดการบริษัทฯ ที่เจ้าหน้าที่จะสามารถติดต่อได้  หากมีแผนที่ของบริษัทฯ ด้วย ก็จะเป็นประโยชน์มาก

2. ไปเขียนคำร้องเรียน ที่ Typing Centre  ณ  Ministry Of Labour โดยต้องระบุรายละเอียดคำร้องเรียน ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากนายจ้างให้ชัดเจน เช่น

  • ระยะเวลาที่ไม่ได้รับเงินเดือน จำนวน.....เดือน  และปกติได้รับเงินเดือน ๆ ละ........  และ/หรือ
  • ระยะเวลาที่ไม่ได้รับค่าโอที จำนวน........วัน   และ/หรือ
  • เรื่องอื่นๆ ที่ท่านต้องการเรียกร้องความเป็นธรรม เช่น ไม่ได้รับเงินเดือนตรงตามสัญญา หรือ ไม่ได้รับเงินเดือนตามกำหนด
  • หากท่านต้องการลาออกจากงานก่อนครบสัญญา ต้องระบุเหตุผลของการขอลาออกให้ชัดเจน

3. ต้องเสียค่าธรรมเนียมให้กับ Typing Centre ตามอัตราที่สำนักงานฯ แจ้งให้ทราบ หากไปร้องเรียน ในเรื่องเดียวกันหลาย ๆ คน ให้เขียนคำร้อง 1 ใบ  โดยทุกคนที่ร่วมร้องเรียน ลงชื่อในคำร้องรวมกัน  เพื่อท่านจะได้จ่ายค่าธรรมเนียมเพียงใบเดียว

4. นำใบคำร้องที่ Typing Centre มอบให้  ไปส่งให้กับเจ้าหน้าที่ แผนกติดต่อประสานงาน (Information)  ภายในอาคารของกรมแรงงาน โดยเจ้าหน้าที่จะสอบปากคำเพื่อรับทราบปัญหา หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ก็จะติดต่อกับนายจ้างให้มาพบทันที หากนายจ้างไปพบในเวลานั้นไม่ได้ เจ้าหน้าที่จะนัดให้ไปพบใน วันและเวลาอื่น (ในบางกรณี เจ้าหน้าที่ของกรมแรงงานจะฝากหนังสือเชิญให้ผู้ร้องเรียนนำไปส่งให้นายจ้าง)

5. เมื่อถึงวันนัดแล้ว  เจ้าหน้าที่จะเจรจากับลูกจ้างและนายจ้างเพื่อรับทราบปัญหาและไกล่เกลี่ย

หากไม่สามารถไกลเกลี่ยได้  เจ้าหน้าที่ก็จะส่งเรื่องให้ทั้งสองฝ่ายไปพบกับฝ่ายวิจัยกฎหมายแรงงาน เพื่อหาข้อสรุป โดยข้อสรุปนั้นจะต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายแรงงานของประเทศ ยู เอ อี

ที่อยู่กระทรวงแรงงานของแต่ละรัฐ http://www.mol.gov.ae Toll Free Call: 800665


Dubai

Baghdad Road, Al Qusais 1, Al Qusais, Dubai
Landmark: Near Dubai Women's College
P.O.Box: 5025, Dubai


Sharjah

Al Yarmook, Sharjah
Landmark: Near St. Michael Church
P.O.Box: 301, Sharjah


Ajman

Sheikh Zayed Road, Al Gurf, Ajman
Landmark: Opposite Ajman City Centre
P.O.Box: 881, Ajman


Fujairah

Sheikh Hamad Bin Abdullah Street, Murashid, Fujairah
Landmark: Next to Fujairah Court
P.O.Box: 222, Fujairah


Ras Al Khaimah

Al Nahda Street, Dafan Al Khor, Ras Al Khaimah
Landmark: Near Ras Al Khaimah Central Post Office
P.O.Box: 116, Ras Al Khaimah

กรณีที่แรงงานไปยื่นเรื่องร้องเรียนต่อกระทรวงแรงงานฯ ด้วยตนเองแล้ว แต่นายจ้างยังไม่ปฏิบัติตาม
ที่กระทรวงแรงงาน สั่งการ  แรงงานสามารถยื่นคำร้องขอรับความช่วยเหลือจากสถานกงสุลใหญ่ ณ
เมืองดูไบ  โดยดำเนินการดังนี้

  • ไปเขียนคำร้องขอความช่วยเหลือที่สถานกงสุลใหญ่ฯ
  • เจ้าหน้าที่ สถานกงสุลใหญ่ จะให้คำแนะนำ คำปรึกษา และวิธีการดำเนินการตามขั้นตอน
  • เอกสารที่จะต้องแนบในหนังสือร้องทุกข์ ประกอบด้วย
  • สำเนาหนังสือเดินทาง (Passport)
  • สำเนาบัตรประจำตัว (Labour Card)
  • สำเนาบัตรประชาชน (หากมี)
  • ชื่อบริษัทและที่อยู่ของบริษัทนายจ้าง รวมทั้งหมายเลขโทรศัพท์ ที่ติดต่อได้ หากมีนามบัตรของนายจ้าง ก็จะเป็นประโยชน์ต่อเจ้าหน้าที่ฯ ในการติดต่อ



งานคุ้มครองแรงงาน

ข้อมูลทั่วไปและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องสำหรับแรงงานที่เข้าไปทำงานในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

1.   การเข้ามาทำงานในยูเออีอย่างถูกต้อง ต้องได้วีซ่าทำงาน (Employment Visa) และเมื่อเดินทางมาถึงแล้ว จะต้องเซ็นสัญญาที่กระทรวงแรงงานของยูเออี แล้วต้องติดตามให้นายจ้างทำบัตรประจำตัวคนงาน (Work Permit ) หรือเรียกกันทั่วไปว่า Labour Card ให้ถูกต้องด้วย  การมาทำงานโดยใช้ Tourist Visa และ Visit Visa  นั้น  เป็นการผิดกฎหมายยูเออี
2.   ห้ามประท้วงหยุดงานไม่ว่าในกรณีใดๆ ทั้งสิ้น  การประท้วงหรือการนัดหยุดงาน ถือว่าผิดกฎหมายแรงงานยูเออี และจะได้รับโทษตามกฎหมายบ้านเมือง
3.  ห้ามดื่มสุราในที่สาธารณะหรือแสดงอาการเมามาย  มิฉะนั้นจะถูกตำรวจจับ และถูกจำคุกรวมทั้งเสียค่าปรับ 1,000 ดีแรห์ม
4.  ห้ามหยุดงานหรือขาดงานโดยมิได้รับอนุญาตจากนายจ้าง
5.   หากลาป่วยต้องมีใบรับรองแพทย์มาแสดงเสมอ
6.  การขอลาออกจากงานก่อนหมดสัญญา   กรณีอยู่ระหว่างทดลองงาน  ถ้านายจ้างส่งกลับ นายจ้างจะจ่ายค่าตั๋วเดินทางให้
แต่หากลูกจ้างขอลาออก  ต้องจ่ายค่าตั๋วกลับเอง  หากเป็นกรณีพ้นระยะทดลองงานแล้ว   ลูกจ้างต้องรับผิดชอบค่าเดินทาง
กลับประเทศเองและยังอาจจะต้องจ่ายค่าเสียหายให้นายจ้างด้วย หากนายจ้างเรียกร้อง

สัญญาจ้างและบัตรประจำตัวคนงาน

1. เมื่อลูกจ้างเดินทางเข้ามาแล้ว จะต้องมีการเซ็นสัญญาจ้างงานที่กระทรวงแรงงานยูเออี ให้ลูกจ้างตรวจสอบอัตราเงินเดือนสัญญาให้ถูกต้องก่อนว่าเป็นอัตราเดียวกับที่ได้เซ็นสัญญาไว้ที่กรุงเทพฯ หรือไม่  แล้วจึงค่อยลงชื่อในสัญญานั้น
สัญญาจ้างจะทำไว้ 3 ชุด ชุดหนึ่งนายจ้างถือไว้ ชุดหนึ่งลูกจ้างถือไว้ อีกชุดหนึ่งเก็บไว้ที่กระทรวงแรงงาน หากนายจ้างไม่ให้สำเนาสัญญาจ้าง ลูกจ้างจะต้องทวงถามและเก็บไว้ที่ตัว 1 ชุด ตลอดระยะเวลาการทำงาน
2. เมื่อเดินทางเข้ามาแล้ว นายจ้างต้องทำบัตรประจำตัวคนงาน (Work Permit) หรือ Labour Card ให้ภายใน 60 วัน หากนายจ้างไม่ดำเนินการให้ ลูกจ้างจะต้องแจ้งให้กระทรวงแรงงานยูเออีทราบ เนื่องจากการทำงานโดยไม่มีบัตรประจำตัวคนงานจะผิดกฎหมาย
3. บัตรประจำตัวคนงานจะต้องถือติดตัวตลอดเวลา
4. บัตรประจำตัวคนงานมีอายุ 3 ปี และจะต้องต่อภายใน 60 วันนับตั้งแต่วันหมดอายุ

ชั่วโมงทำงานและวันหยุด

1. ชั่วโมงทำงานตามกฎหมายแรงงานคือ 8 ชั่วโมงต่อวัน หรือ 48 ชั่วโมง ต่อสัปดาห์ ยกเว้นในภาคบริการ เช่น โรงแรม
ร้านอาหาร หรือยาม จะเป็น 9 ชั่วโมงต่อวัน
2. หากทำงานเกินเวลาที่กำหนด จะได้เงินค่าล่วงเวลา (Over Time) 25 เปอร์เซ็นต์ ของเงินเดือน และหากทำงานล่วงเวลา
ระหว่างเวลา 3 ทุ่มถึงตี 4 จะได้เงินค่าล่วงเวลา 50 เปอร์เซ็นต์ ของเงิน เดือนเฉลี่ยต่อวัน
3. วันศุกร์เป็นวันหยุดประจำสัปดาห์ หากนายจ้างให้ลูกจ้างทำงานในวันศุกร์ จะต้องชดเชยวันหยุดให้ 1 วัน และนายจ้าง
จ่ายเงินตามชั่วโมงทำงานปกติให้และบวกค่าล่วงเวลาให้อีก 50 เปอร์เซ็นต์ ของเงินเดือน
4. ใน 1 ปีจะมีวันหยุดตามวันหยุดของทางการท้องถิ่น 10 วัน . เมื่อทำงานครบ 1 ปี และไม่ลาออกจากงาน ลูกจ้างมีสิทธิลา 
หยุดประจำปีได้ 30 วัน  แต่ถ้าลูกจ้างไม่ลาหยุดประจำปีตามสิทธิ ก็จะได้รับเงินโบนัสเพิ่มอีก 1 เดือน
5. ช่วงทดลองงาน หากลาป่วยจะไม่ได้เงินเดือน/ค่าจ้างในวันที่ลา แต่เมื่อพ้นช่วงทดลองงานแล้ว หากหยุดงานเนื่องจากเจ็บ 
ป่วยและมีใบรับรองแพทย์ จะไม่ถูกหักเงินเดือน  และหากทำงานติดต่อกันมาแล้ว 3 เดือน จะได้สิทธิลาป่วยไม่เกิน 90 วัน  
(หมายถึงกรณีที่รักษาในโรงพยาบาลหรืออยู่ในระยะพักฟื้น) โดย 15 วันแรกได้รับเงินเดือน/ค่าจ้างเต็ม อีก 30 วัน ต่อมาได้รับเงินเดือนครึ่งหนึ่ง  และอีก 45 วันที่เหลือ จะไม่ได้รับเงินเดือน

การจ่ายค่าชดเชยกรณีเจ็บป่วย และอุบัติเหตุจากการทำงาน

1. นายจ้างเป็นฝ่ายรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล และจ่ายเงินเดือน ในกรณีที่ลูกจ้างเจ็บป่วย หรือได้รับบาดเจ็บจากการทำงาน จนกว่าจะสามารถกลับมาทำงานได้ตามปกติ
2. ในกรณีลูกจ้างเสียชีวิตขณะอยู่ในเวลาทำงาน ครอบครัวของลูกจ้างจะได้รับเงินชดเชย 24 เดือน      

การหมดสัญญาจ้าง การเลิกสัญญาจ้างและเงินสิทธิประโยชน์

1. หากลูกจ้างต้องการลาออกจากงาน จะต้องแจ้งนายจ้างทราบเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน
2. หากนายจ้างบอกเลิกสัญญาก่อนสัญญาหมดอายุ นายจ้างจะต้องจ่ายเงินชดเชยให้ลูกจ้างแต่ไม่เกินเงินเดือน 3 เดือน
3. หากลูกจ้างขอลาออกก่อนหมดสัญญา ลูกจ้างต้องจ่ายค่าตั๋วเครื่องบินกลับเองและจ่ายค่าเสียหายให้นายจ้างเท่ากับเงินเดือน
1 เดือนครึ่ง (45 วัน) หากลูกจ้างไม่มีเงินจ่ายค่าชดเชยนี้    จะต้องทำงานให้นายจ้างโดยไม่ได้รับเงินเดือนเป็นเวลา 45 วัน
4. หากสัญญาไม่ระบุระยะเวลา นายจ้างและลูกจ้างจะบอกเลิกสัญญาเมื่อใดก็ได้แต่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า 1 เดือน หากไม่แจ้งล่วงหน้า ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะต้องจ่ายค่าชดเชยเป็นเงินเดือน 1 เดือน
5. หากลูกจ้างทำผิดกฎหมายแรงงาน หรือทำให้นายจ้างได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง นายจ้างสามารถให้ลูกจ้างออกจากงานได้ทุกเวลาโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า
6. หากลูกจ้างทำงานครบกำหนดเวลาตามสัญญา และไม่ต้องการต่อสัญญา นายจ้างจะต้องรับผิดชอบค่าตั๋วเครื่องบินกลับ
ประเทศไทยให้ลูกจ้าง และนายจ้างต้องจ่ายเงินโบนัส ที่เรียกว่าเงินรางวัลสิ้นสุดการทำงาน จำนวน 21 วันของเงินเดือนให้



คำแนะนำสำหรับแรงงานไทย


คำแนะนำสำหรับแรงงานไทย
กรณีตกทุกข์ในการทำงาน หรือ ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากนายจ้าง
และต้องการยื่นเรื่องร้องเรียนต่อกระทรวงแรงงานรัฐดูไบ หรือ รัฐทางตอนเหนือ

เมื่อแรงงานประสบปัญหาในการทำงาน หรือ ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากนายจ้าง ในกรณีต่าง ๆ อาทิ

  • ไม่ได้รับเงินเดือนตามสัญญาจ้าง
  • ไม่ได้รับเงินค่าล่วงเวลา
  • นายจ้างไม่จ่ายเงินเดือนตามกำหนดเวลาที่ตกลงกันไว้
  • กรณีอื่น  เช่น ต้องการลาออกจากงานก่อนครบกำหนดสัญญาจ้าง

ท่าน สามารถดำเนินการยื่นเรื่องร้องเรียน ต่อกระทรวงแรงงานของรัฐดูไบและรัฐทางตอนเหนือ ได้ด้วยตนเอง โดย ดำเนินการดังนี้

1.  ติดต่อที่กระทรวงแรงงาน (Ministry Of Labour) ของแต่ละรัฐที่ท่านทำงานอยู่ และนำเอกสารติดตัวไปด้วย ได้แก่

    -  สำเนาบัตรประจำตัว (Labour Card)
    -  สำเนาหนังสือเดินทาง (Passport)
สิ่งสำคัญ  ท่านต้องจำชื่อบริษัทฯ และ ที่อยู่ ให้แม่นยำ รวมทั้งหมายเลขโทรศัพท์ของนายจ้างหรือผู้จัดการบริษัทฯ ที่เจ้าหน้าที่จะสามารถติดต่อได้  หากมีแผนที่ของบริษัทฯ ด้วย ก็จะเป็นประโยชน์มาก

2. ไปเขียนคำร้องเรียน ที่ Typing Centre  ณ  Ministry Of Labour โดยต้องระบุรายละเอียดคำร้องเรียน ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากนายจ้างให้ชัดเจน เช่น

  • ระยะเวลาที่ไม่ได้รับเงินเดือน จำนวน.....เดือน  และปกติได้รับเงินเดือน ๆ ละ........  และ/หรือ
  • ระยะเวลาที่ไม่ได้รับค่าโอที จำนวน........วัน   และ/หรือ
  • เรื่องอื่นๆ ที่ท่านต้องการเรียกร้องความเป็นธรรม เช่น ไม่ได้รับเงินเดือนตรงตามสัญญา หรือ ไม่ได้รับเงินเดือนตามกำหนด
  • หากท่านต้องการลาออกจากงานก่อนครบสัญญา ต้องระบุเหตุผลของการขอลาออกให้ชัดเจน

3. ต้องเสียค่าธรรมเนียมให้กับ Typing Centre ตามอัตราที่สำนักงานฯ แจ้งให้ทราบ หากไปร้องเรียน ในเรื่องเดียวกันหลาย ๆ คน ให้เขียนคำร้อง 1 ใบ  โดยทุกคนที่ร่วมร้องเรียน ลงชื่อในคำร้องรวมกัน  เพื่อท่านจะได้จ่ายค่าธรรมเนียมเพียงใบเดียว

4. นำใบคำร้องที่ Typing Centre มอบให้  ไปส่งให้กับเจ้าหน้าที่ แผนกติดต่อประสานงาน (Information)  ภายในอาคารของกรมแรงงาน โดยเจ้าหน้าที่จะสอบปากคำเพื่อรับทราบปัญหา หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ก็จะติดต่อกับนายจ้างให้มาพบทันที หากนายจ้างไปพบในเวลานั้นไม่ได้ เจ้าหน้าที่จะนัดให้ไปพบใน วันและเวลาอื่น (ในบางกรณี เจ้าหน้าที่ของกรมแรงงานจะฝากหนังสือเชิญให้ผู้ร้องเรียนนำไปส่งให้นายจ้าง)

5. เมื่อถึงวันนัดแล้ว  เจ้าหน้าที่จะเจรจากับลูกจ้างและนายจ้างเพื่อรับทราบปัญหาและไกล่เกลี่ย

หากไม่สามารถไกลเกลี่ยได้  เจ้าหน้าที่ก็จะส่งเรื่องให้ทั้งสองฝ่ายไปพบกับฝ่ายวิจัยกฎหมายแรงงาน เพื่อหาข้อสรุป โดยข้อสรุปนั้นจะต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายแรงงานของประเทศ ยู เอ อี

ที่อยู่กระทรวงแรงงานของแต่ละรัฐ http://www.mol.gov.ae Toll Free Call: 800665


Dubai

Baghdad Road, Al Qusais 1, Al Qusais, Dubai
Landmark: Near Dubai Women's College
P.O.Box: 5025, Dubai


Sharjah

Al Yarmook, Sharjah
Landmark: Near St. Michael Church
P.O.Box: 301, Sharjah


Ajman

Sheikh Zayed Road, Al Gurf, Ajman
Landmark: Opposite Ajman City Centre
P.O.Box: 881, Ajman


Fujairah

Sheikh Hamad Bin Abdullah Street, Murashid, Fujairah
Landmark: Next to Fujairah Court
P.O.Box: 222, Fujairah


Ras Al Khaimah

Al Nahda Street, Dafan Al Khor, Ras Al Khaimah
Landmark: Near Ras Al Khaimah Central Post Office
P.O.Box: 116, Ras Al Khaimah

กรณีที่แรงงานไปยื่นเรื่องร้องเรียนต่อกระทรวงแรงงานฯ ด้วยตนเองแล้ว แต่นายจ้างยังไม่ปฏิบัติตาม
ที่กระทรวงแรงงาน สั่งการ  แรงงานสามารถยื่นคำร้องขอรับความช่วยเหลือจากสถานกงสุลใหญ่ ณ
เมืองดูไบ  โดยดำเนินการดังนี้

  • ไปเขียนคำร้องขอความช่วยเหลือที่สถานกงสุลใหญ่ฯ
  • เจ้าหน้าที่ สถานกงสุลใหญ่ จะให้คำแนะนำ คำปรึกษา และวิธีการดำเนินการตามขั้นตอน
  • เอกสารที่จะต้องแนบในหนังสือร้องทุกข์ ประกอบด้วย
  • สำเนาหนังสือเดินทาง (Passport)
  • สำเนาบัตรประจำตัว (Labour Card)
  • สำเนาบัตรประชาชน (หากมี)
  • ชื่อบริษัทและที่อยู่ของบริษัทนายจ้าง รวมทั้งหมายเลขโทรศัพท์ ที่ติดต่อได้ หากมีนามบัตรของนายจ้าง ก็จะเป็นประโยชน์ต่อเจ้าหน้าที่ฯ ในการติดต่อ



งานคุ้มครองแรงงาน

ข้อมูลทั่วไปและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องสำหรับแรงงานที่เข้าไปทำงานในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

1.   การเข้ามาทำงานในยูเออีอย่างถูกต้อง ต้องได้วีซ่าทำงาน (Employment Visa) และเมื่อเดินทางมาถึงแล้ว จะต้องเซ็นสัญญาที่กระทรวงแรงงานของยูเออี แล้วต้องติดตามให้นายจ้างทำบัตรประจำตัวคนงาน (Work Permit ) หรือเรียกกันทั่วไปว่า Labour Card ให้ถูกต้องด้วย  การมาทำงานโดยใช้ Tourist Visa และ Visit Visa  นั้น  เป็นการผิดกฎหมายยูเออี
2.   ห้ามประท้วงหยุดงานไม่ว่าในกรณีใดๆ ทั้งสิ้น  การประท้วงหรือการนัดหยุดงาน ถือว่าผิดกฎหมายแรงงานยูเออี และจะได้รับโทษตามกฎหมายบ้านเมือง
3.  ห้ามดื่มสุราในที่สาธารณะหรือแสดงอาการเมามาย  มิฉะนั้นจะถูกตำรวจจับ และถูกจำคุกรวมทั้งเสียค่าปรับ 1,000 ดีแรห์ม
4.  ห้ามหยุดงานหรือขาดงานโดยมิได้รับอนุญาตจากนายจ้าง
5.   หากลาป่วยต้องมีใบรับรองแพทย์มาแสดงเสมอ
6.  การขอลาออกจากงานก่อนหมดสัญญา   กรณีอยู่ระหว่างทดลองงาน  ถ้านายจ้างส่งกลับ นายจ้างจะจ่ายค่าตั๋วเดินทางให้
แต่หากลูกจ้างขอลาออก  ต้องจ่ายค่าตั๋วกลับเอง  หากเป็นกรณีพ้นระยะทดลองงานแล้ว   ลูกจ้างต้องรับผิดชอบค่าเดินทาง
กลับประเทศเองและยังอาจจะต้องจ่ายค่าเสียหายให้นายจ้างด้วย หากนายจ้างเรียกร้อง

สัญญาจ้างและบัตรประจำตัวคนงาน

1. เมื่อลูกจ้างเดินทางเข้ามาแล้ว จะต้องมีการเซ็นสัญญาจ้างงานที่กระทรวงแรงงานยูเออี ให้ลูกจ้างตรวจสอบอัตราเงินเดือนสัญญาให้ถูกต้องก่อนว่าเป็นอัตราเดียวกับที่ได้เซ็นสัญญาไว้ที่กรุงเทพฯ หรือไม่  แล้วจึงค่อยลงชื่อในสัญญานั้น
สัญญาจ้างจะทำไว้ 3 ชุด ชุดหนึ่งนายจ้างถือไว้ ชุดหนึ่งลูกจ้างถือไว้ อีกชุดหนึ่งเก็บไว้ที่กระทรวงแรงงาน หากนายจ้างไม่ให้สำเนาสัญญาจ้าง ลูกจ้างจะต้องทวงถามและเก็บไว้ที่ตัว 1 ชุด ตลอดระยะเวลาการทำงาน
2. เมื่อเดินทางเข้ามาแล้ว นายจ้างต้องทำบัตรประจำตัวคนงาน (Work Permit) หรือ Labour Card ให้ภายใน 60 วัน หากนายจ้างไม่ดำเนินการให้ ลูกจ้างจะต้องแจ้งให้กระทรวงแรงงานยูเออีทราบ เนื่องจากการทำงานโดยไม่มีบัตรประจำตัวคนงานจะผิดกฎหมาย
3. บัตรประจำตัวคนงานจะต้องถือติดตัวตลอดเวลา
4. บัตรประจำตัวคนงานมีอายุ 3 ปี และจะต้องต่อภายใน 60 วันนับตั้งแต่วันหมดอายุ

ชั่วโมงทำงานและวันหยุด

1. ชั่วโมงทำงานตามกฎหมายแรงงานคือ 8 ชั่วโมงต่อวัน หรือ 48 ชั่วโมง ต่อสัปดาห์ ยกเว้นในภาคบริการ เช่น โรงแรม
ร้านอาหาร หรือยาม จะเป็น 9 ชั่วโมงต่อวัน
2. หากทำงานเกินเวลาที่กำหนด จะได้เงินค่าล่วงเวลา (Over Time) 25 เปอร์เซ็นต์ ของเงินเดือน และหากทำงานล่วงเวลา
ระหว่างเวลา 3 ทุ่มถึงตี 4 จะได้เงินค่าล่วงเวลา 50 เปอร์เซ็นต์ ของเงิน เดือนเฉลี่ยต่อวัน
3. วันศุกร์เป็นวันหยุดประจำสัปดาห์ หากนายจ้างให้ลูกจ้างทำงานในวันศุกร์ จะต้องชดเชยวันหยุดให้ 1 วัน และนายจ้าง
จ่ายเงินตามชั่วโมงทำงานปกติให้และบวกค่าล่วงเวลาให้อีก 50 เปอร์เซ็นต์ ของเงินเดือน
4. ใน 1 ปีจะมีวันหยุดตามวันหยุดของทางการท้องถิ่น 10 วัน . เมื่อทำงานครบ 1 ปี และไม่ลาออกจากงาน ลูกจ้างมีสิทธิลา 
หยุดประจำปีได้ 30 วัน  แต่ถ้าลูกจ้างไม่ลาหยุดประจำปีตามสิทธิ ก็จะได้รับเงินโบนัสเพิ่มอีก 1 เดือน
5. ช่วงทดลองงาน หากลาป่วยจะไม่ได้เงินเดือน/ค่าจ้างในวันที่ลา แต่เมื่อพ้นช่วงทดลองงานแล้ว หากหยุดงานเนื่องจากเจ็บ 
ป่วยและมีใบรับรองแพทย์ จะไม่ถูกหักเงินเดือน  และหากทำงานติดต่อกันมาแล้ว 3 เดือน จะได้สิทธิลาป่วยไม่เกิน 90 วัน  
(หมายถึงกรณีที่รักษาในโรงพยาบาลหรืออยู่ในระยะพักฟื้น) โดย 15 วันแรกได้รับเงินเดือน/ค่าจ้างเต็ม อีก 30 วัน ต่อมาได้รับเงินเดือนครึ่งหนึ่ง  และอีก 45 วันที่เหลือ จะไม่ได้รับเงินเดือน

การจ่ายค่าชดเชยกรณีเจ็บป่วย และอุบัติเหตุจากการทำงาน

1. นายจ้างเป็นฝ่ายรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล และจ่ายเงินเดือน ในกรณีที่ลูกจ้างเจ็บป่วย หรือได้รับบาดเจ็บจากการทำงาน จนกว่าจะสามารถกลับมาทำงานได้ตามปกติ
2. ในกรณีลูกจ้างเสียชีวิตขณะอยู่ในเวลาทำงาน ครอบครัวของลูกจ้างจะได้รับเงินชดเชย 24 เดือน      

การหมดสัญญาจ้าง การเลิกสัญญาจ้างและเงินสิทธิประโยชน์

1. หากลูกจ้างต้องการลาออกจากงาน จะต้องแจ้งนายจ้างทราบเป็นลายลักษณ์อักษรล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน
2. หากนายจ้างบอกเลิกสัญญาก่อนสัญญาหมดอายุ นายจ้างจะต้องจ่ายเงินชดเชยให้ลูกจ้างแต่ไม่เกินเงินเดือน 3 เดือน
3. หากลูกจ้างขอลาออกก่อนหมดสัญญา ลูกจ้างต้องจ่ายค่าตั๋วเครื่องบินกลับเองและจ่ายค่าเสียหายให้นายจ้างเท่ากับเงินเดือน
1 เดือนครึ่ง (45 วัน) หากลูกจ้างไม่มีเงินจ่ายค่าชดเชยนี้    จะต้องทำงานให้นายจ้างโดยไม่ได้รับเงินเดือนเป็นเวลา 45 วัน
4. หากสัญญาไม่ระบุระยะเวลา นายจ้างและลูกจ้างจะบอกเลิกสัญญาเมื่อใดก็ได้แต่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า 1 เดือน หากไม่แจ้งล่วงหน้า ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะต้องจ่ายค่าชดเชยเป็นเงินเดือน 1 เดือน
5. หากลูกจ้างทำผิดกฎหมายแรงงาน หรือทำให้นายจ้างได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง นายจ้างสามารถให้ลูกจ้างออกจากงานได้ทุกเวลาโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า
6. หากลูกจ้างทำงานครบกำหนดเวลาตามสัญญา และไม่ต้องการต่อสัญญา นายจ้างจะต้องรับผิดชอบค่าตั๋วเครื่องบินกลับ
ประเทศไทยให้ลูกจ้าง และนายจ้างต้องจ่ายเงินโบนัส ที่เรียกว่าเงินรางวัลสิ้นสุดการทำงาน จำนวน 21 วันของเงินเดือนให้



คำแนะนำสำหรับแรงงานไทย


คำแนะนำสำหรับแรงงานไทย
กรณีตกทุกข์ในการทำงาน หรือ ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากนายจ้าง
และต้องการยื่นเรื่องร้องเรียนต่อกระทรวงแรงงานรัฐดูไบ หรือ รัฐทางตอนเหนือ

เมื่อแรงงานประสบปัญหาในการทำงาน หรือ ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากนายจ้าง ในกรณีต่าง ๆ อาทิ

  • ไม่ได้รับเงินเดือนตามสัญญาจ้าง
  • ไม่ได้รับเงินค่าล่วงเวลา
  • นายจ้างไม่จ่ายเงินเดือนตามกำหนดเวลาที่ตกลงกันไว้
  • กรณีอื่น  เช่น ต้องการลาออกจากงานก่อนครบกำหนดสัญญาจ้าง

ท่าน สามารถดำเนินการยื่นเรื่องร้องเรียน ต่อกระทรวงแรงงานของรัฐดูไบและรัฐทางตอนเหนือ ได้ด้วยตนเอง โดย ดำเนินการดังนี้

1.  ติดต่อที่กระทรวงแรงงาน (Ministry Of Labour) ของแต่ละรัฐที่ท่านทำงานอยู่ และนำเอกสารติดตัวไปด้วย ได้แก่

    -  สำเนาบัตรประจำตัว (Labour Card)
    -  สำเนาหนังสือเดินทาง (Passport)
สิ่งสำคัญ  ท่านต้องจำชื่อบริษัทฯ และ ที่อยู่ ให้แม่นยำ รวมทั้งหมายเลขโทรศัพท์ของนายจ้างหรือผู้จัดการบริษัทฯ ที่เจ้าหน้าที่จะสามารถติดต่อได้  หากมีแผนที่ของบริษัทฯ ด้วย ก็จะเป็นประโยชน์มาก

2. ไปเขียนคำร้องเรียน ที่ Typing Centre  ณ  Ministry Of Labour โดยต้องระบุรายละเอียดคำร้องเรียน ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากนายจ้างให้ชัดเจน เช่น

  • ระยะเวลาที่ไม่ได้รับเงินเดือน จำนวน.....เดือน  และปกติได้รับเงินเดือน ๆ ละ........  และ/หรือ
  • ระยะเวลาที่ไม่ได้รับค่าโอที จำนวน........วัน   และ/หรือ
  • เรื่องอื่นๆ ที่ท่านต้องการเรียกร้องความเป็นธรรม เช่น ไม่ได้รับเงินเดือนตรงตามสัญญา หรือ ไม่ได้รับเงินเดือนตามกำหนด
  • หากท่านต้องการลาออกจากงานก่อนครบสัญญา ต้องระบุเหตุผลของการขอลาออกให้ชัดเจน

3. ต้องเสียค่าธรรมเนียมให้กับ Typing Centre ตามอัตราที่สำนักงานฯ แจ้งให้ทราบ หากไปร้องเรียน ในเรื่องเดียวกันหลาย ๆ คน ให้เขียนคำร้อง 1 ใบ  โดยทุกคนที่ร่วมร้องเรียน ลงชื่อในคำร้องรวมกัน  เพื่อท่านจะได้จ่ายค่าธรรมเนียมเพียงใบเดียว

4. นำใบคำร้องที่ Typing Centre มอบให้  ไปส่งให้กับเจ้าหน้าที่ แผนกติดต่อประสานงาน (Information)  ภายในอาคารของกรมแรงงาน โดยเจ้าหน้าที่จะสอบปากคำเพื่อรับทราบปัญหา หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ก็จะติดต่อกับนายจ้างให้มาพบทันที หากนายจ้างไปพบในเวลานั้นไม่ได้ เจ้าหน้าที่จะนัดให้ไปพบใน วันและเวลาอื่น (ในบางกรณี เจ้าหน้าที่ของกรมแรงงานจะฝากหนังสือเชิญให้ผู้ร้องเรียนนำไปส่งให้นายจ้าง)

5. เมื่อถึงวันนัดแล้ว  เจ้าหน้าที่จะเจรจากับลูกจ้างและนายจ้างเพื่อรับทราบปัญหาและไกล่เกลี่ย

หากไม่สามารถไกลเกลี่ยได้  เจ้าหน้าที่ก็จะส่งเรื่องให้ทั้งสองฝ่ายไปพบกับฝ่ายวิจัยกฎหมายแรงงาน เพื่อหาข้อสรุป โดยข้อสรุปนั้นจะต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายแรงงานของประเทศ ยู เอ อี

ที่อยู่กระทรวงแรงงานของแต่ละรัฐ http://www.mol.gov.ae Toll Free Call: 800665


Dubai

Baghdad Road, Al Qusais 1, Al Qusais, Dubai
Landmark: Near Dubai Women's College
P.O.Box: 5025, Dubai


Sharjah

Al Yarmook, Sharjah
Landmark: Near St. Michael Church
P.O.Box: 301, Sharjah


Ajman

Sheikh Zayed Road, Al Gurf, Ajman
Landmark: Opposite Ajman City Centre
P.O.Box: 881, Ajman


Fujairah

Sheikh Hamad Bin Abdullah Street, Murashid, Fujairah
Landmark: Next to Fujairah Court
P.O.Box: 222, Fujairah


Ras Al Khaimah

Al Nahda Street, Dafan Al Khor, Ras Al Khaimah
Landmark: Near Ras Al Khaimah Central Post Office
P.O.Box: 116, Ras Al Khaimah

กรณีที่แรงงานไปยื่นเรื่องร้องเรียนต่อกระทรวงแรงงานฯ ด้วยตนเองแล้ว แต่นายจ้างยังไม่ปฏิบัติตาม
ที่กระทรวงแรงงาน สั่งการ  แรงงานสามารถยื่นคำร้องขอรับความช่วยเหลือจากสถานกงสุลใหญ่ ณ
เมืองดูไบ  โดยดำเนินการดังนี้

  • ไปเขียนคำร้องขอความช่วยเหลือที่สถานกงสุลใหญ่ฯ
  • เจ้าหน้าที่ สถานกงสุลใหญ่ จะให้คำแนะนำ คำปรึกษา และวิธีการดำเนินการตามขั้นตอน
  • เอกสารที่จะต้องแนบในหนังสือร้องทุกข์ ประกอบด้วย
  • สำเนาหนังสือเดินทาง (Passport)
  • สำเนาบัตรประจำตัว (Labour Card)
  • สำเนาบัตรประชาชน (หากมี)
  • ชื่อบริษัทและที่อยู่ของบริษัทนายจ้าง รวมทั้งหมายเลขโทรศัพท์ ที่ติดต่อได้ หากมีนามบัตรของนายจ้าง ก็จะเป็นประโยชน์ต่อเจ้าหน้าที่ฯ ในการติดต่อ




Updated by : Royal Thai Consulate General - Dubai, United Arab Emirates

Last Updated : 19/10/2012

Language