Top
 

สัญชาติและนิติกรณ์


การจดทะเบียนเกิดบุตร (ขอสูติบัตรไทย)

หากต้องการขอสัญชาติไทยและสูติบัตรไทยให้บุตร สามารถยื่นคำร้องขอแจ้งเกิดบุตรได้ที่ สถานกงสุลใหญ่ เมืองดูไบ โดยเตรียมเอกสารดังต่อไปนี้

เอกสารสำหรับการยื่นคำร้องขอจดทะเบียนเกิด

1.คำร้องนิติกรณ์ แบบที่1download

2.หนังสือเดินทางของบิดาและมารดา

3.ใบแสดงการมีถิ่นพำนักในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (Residence Visa) ของบิดาและมารดา

4.บัตรประจำตัวประชาชนของบิดาและมารดา (กรณีเป็นคนไทย)

5.สำเนาทะเบียนบ้านของบิดาและมารดา (กรณีเป็นคนไทย)

6.ใบสำคัญการเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุล หากเคยเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุลมาก่อน

7.ทะเบียนสมรสของบิดามารดา

หมายเหตุ หากเป็นทะเบียนสมรสที่ออกโดยกฎหมายอื่นๆไม่ใช่ตามกฎหมายไทยจะต้องนำทะเบียนสมรส

ไปรับรองจาก Ministry of Foreign Affairs – Dubai/Sharjah

8.สูติบัตรท้องถิ่นตัวจริง ที่ออกโดยกระทรวงสาธารณสุข ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ตัวจริง (ภาษาอังกฤษ)

ไปรับรองเอกสารจาก Ministry of Foreign Affairs Dubai/Sharjah

หมายเหตุ ชื่อที่ปรากฏในสูติบัตรท้องถิ่น จะต้องมีทั้ง ชื่อ (ชื่อกลาง-ถ้ามี) และนามสกุลชัดเจน

9.รูปถ่ายของบุตรที่แจ้งเกิด 3 ใบ (พื้นขาว)

ช่วงเวลาทำการของงานนิติกรณ์คือ 14.00-16.00 น. ไม่เสียค่าค่าธรรมเนียมในการทำ ซึ่งใช้ระยะเวลาในการดำเนินการ 3-4 วันทำการ

การจดทะเบียนสมรส

บุคคลสัญชาติไทย ที่มีใบแสดงการมีถิ่นพำนักในประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และมีความประสงค์จะจดทะเบียนสมรสกับชาวต่างชาติ

ที่มีใบแสดงการมีถิ่นพำนักในประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ด้วยเช่นกัน นั้นสามารถมาจดทะเบียนสมรสตามกฎหมายไทยได้ที่ สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองดูไบ

โดย

เอกสารสำหรับการยื่นคำร้องขอจดทะเบียนสมรส

1.คำร้องนิติกรณ์ แบบที่1 download

2.หนังสือเดินทางคู่สมรส

3.ใบแสดงการมีถิ่นพำนักในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (Residence Visa) ของคู่สมรสทั้งสองฝ่าย

4.บัตรประจำตัวประชาชนไทยคู่สมรส (กรณีเป็นคนไทย)

5.สำเนาทะเบียนบ้านไทยคู่สมรส (กรณีเป็นคนไทย)

6.หนังสือแสดงความเป็นโสด โดยต้องมีอายุไม่เกิน 3 เดือน

-กรณีคนไทย ผู้ร้องสามารถขอได้จากสำนักเขตหรือที่ว่าการอำเภอตามทะบียนบ้าน และผู้ร้องจะต้องนำหนังสือรับรองความเป็นโสด

(ภาษาไทย) ที่ได้นั้น ไปประทับตรารับรองเอกสาร ณ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ก่อนนำมาใช้ที่ สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองดูไบ

-กรณีชาวต่างชาติ ผู้ร้องจะต้องทำการติดต่อกับสถานกงสุลใหญ่/สถานเอกอัครราชทูตของตน เพื่อขอให้ออกหนังสือรับรองแสดงความเป็นโสด

(ภาษาอังกฤษ) และนำไปประทับตรารับรองจาก Ministry of Foreign Affairs Dubai/Sharjah ก่อนนำมาใช้ที่ สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองดูไบ

7.หนังสือให้ความยินยอมการเปลี่ยนสถานะจาก sponsor ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สำหรับฝ่ายชาย

(ความยินยอมการเปลี่ยนสถานะ หมายถึง การไม่ขัดข้องต่อการสมรส)

8.ในกรณีหย่ามาก่อน ให้ยื่นสำเนาใบสำคัญการหย่าหรือคำพิพากษาหย่าด้วย 1 ชุด

สำหรับฝ่ายหญิง เคยจดทะเบียนหย่า จะต้องหย่าเกิน 310 วัน ถึงจะสามารถสมรสใหม่ได้

9.ในกรณีที่คู่สมรสเสียชีวิต ให้ยื่นสำเนามรณบัตรด้วย 1 ชุด

ช่วงเวลาทำการของงานนิติกรณ์คือ 14.00-16.00 น. ไม่เสียค่าค่าธรรมเนียมในการทำ ซึ่งใช้ระยะเวลาในการดำเนินการ 3-4 วันทำการ

การจดทะเบียนหย่า

สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองดูไบ รับจดทะเบียนหย่าเฉพาะคู่สมรสที่จดทะเบียนสมรสตามกฎหมายไทยเท่านั้น

เอกสารสำหรับการยื่นคำร้องขอจดทะเบียนหย่าตามกฎหมายไทย

1.คำร้องนิติกรณ์ แบบที่1 download

2.ใบสำคัญการจดทะเบียนสมรสตัวจริงของคู่สมรสทั้ง 2 ฝ่าย

3.ทะเบียนการสมรสตัวจริงของทั้ง 2 ฝ่าย

4.หนังสือเดินทาง

5.ใบแสดงการมีถิ่นพำนักในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (Residence Visa) ของคู่สมรสทั้งสองฝ่าย

6.บัตรประจำตัวประชาชนไทย

7.สำเนาทะเบียนบ้านไทย

8.หากเคยเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุล กรุณาเตรียมสำเนาใบเปลี่ยนชื่อ หรือใบเปลี่ยนนามสกุลมาด้วย

หมายเหตุ กรณีหญิงที่จดทะเบียนหย่าแล้วจะต้องกลับไปใช้นามสกุลเดิม จะต้องไปดำเนินการจดทะเบียนฐานะแห่งครอบครัว

ณ ที่ว่าการอำเภอตามทะเบียนบ้านของตนที่ประเทศไทยเท่านั้น

ช่วงเวลาทำการของงานนิติกรณ์คือ 14.00-16.00 น. ไม่เสียค่าค่าธรรมเนียมในการทำ ซึ่งใช้ระยะเวลาในการดำเนินการ 3-4 วันทำการ

การแจ้งการเสียชีวิต (ขอมรณบัตรไทย)

หากบุคคลสัญชาติไทยที่ทำงานหรือพำนักอาศัยอยู่ในประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้เสียชีวิต

ญาติหรือเพื่อนร่วมงานสามารถมาแจ้งการเสียชีวิตของบุคคลนั้น ๆ ได้ที่ สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองดูไบ โดยยื่นคำร้องพร้อมเอกสารต่อไปนี้

เอกสารสำหรับการยื่นคำร้องขอจดทะเบียนการเสียชีวิต

1.คำร้องนิติกรณ์ แบบที่1 download

2.หนังสือเดินทางตัวจริงของผู้ตาย

3.ใบแสดงการมีถิ่นพำนักในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (Residence Visa) ของผู้ตาย

4.สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ตาย

5.สำเนาทะเบียนบ้านของผู้ตาย

6.หนังสือรับรองการตายจากโรงพยาบาลท้องถิ่น ที่ระบุสาเหตุการตายอย่างชัดเจน

(ในกรณีที่ไม่มีข้อมูล ให้เขียนแจ้งรายละเอียดการเสียชีวิตได้ และลงชื่อรับรองข้อเท็จจริง)

7.มรณบัตรท้องถิ่นตัวจริงที่ออกโดยกระทรวงสาธารณสุข ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ภาษาอังกฤษ)

ไปรับรองเอกสารจาก Ministry of Foreign Affairs Dubai/Sharjah ไม่เกิน 3 เดือน

8.หนังสือเดินทางของผู้แจ้ง

9.ใบแสดงการมีถิ่นพำนักในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (Residence Visa) ของผู้แจ้ง

ช่วงเวลาทำการของงานนิติกรณ์คือ 14.00-16.00 น. ไม่เสียค่าค่าธรรมเนียมในการทำ ซึ่งใช้ระยะเวลาในการดำเนินการ 3-4 วันทำการ


Updated by : Royal Thai Consulate General - Dubai, United Arab Emirates

Last Updated : 29/02/2016

Language